แชร์ประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์ VISA USA ครั้งแรก

แชร์ประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์
VISA USA ครั้งแรก

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เปลี่ยนแนวบทความมาเป็นการแชร์ประสบการณ์กันบ้างครับ โดยเนื่องจากผมมีโอกาสจะได้ไป Conference ที่อเมริกา และเที่ยวรอบๆ San Francisco รวมถึงเยี่ยมชมบริษัท Tech ชื่อดังต่างๆ ใน Silicon Valley เช่น Google, Facebook, Instagram, Twitter, Airbnb และอื่นๆ อีกหลายที่ครับ ซึ่งมันเป็นความฝันอย่างหนึ่งของผมเลยก็ว่าได้ แต่ปราการด่านแรกที่เขาว่ากันว่าหินกันเหลือเกินก็คือ การขอ visa ของอเมริกา เพราะตกกันครึ่งต่อครึ่ง แถมค่าสมัครขอสอบสัมภาษณ์ก็แพงมากถึง 160 USD (ประมาณเกือบหกพันบาทขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ณ ขณะนั้น) เลยทีเดียว เอาละครับ เริ่มเลยดีกว่า ผมจะเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าผมเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


กรอกข้อมูลออนไลน์

สำหรับขั้นตอนการกรอกข้อมูลในเวปไซต์ของสถานทูต ผมขอข้ามเลยละกันนะครับ เนื่องจากใน Pantip มีให้อ่านเต็มไปหมดอยู่แล้ว โดยผมอ่านจากกระทู้นี้ครับ

[CR][VISA USA] ขอวีซ่าอเมริกาใครว่ายาก! อธิบายขั้นตอนการขอด้วยตัวเองและประสบการณ์การสัมภาษณ์อย่างละเอียด

สิ่งที่ผมเตรียมไป

  1. ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160
  2. ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์
  3. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และเล่มเดิมทั้งหมดที่เคยมี
  4. รูปถ่ายสำหรับทำวีซ่าขนาด 2×2 นิ้ว 1 ใบ พื้นหลังสีขาว
  5. หนังสือรับรองว่าเราทำงานที่บริษัทในไทย และจะไปอเมริกาตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ กลับไทยเมื่อไหร่ โดยผมขอมาจากแผนก HR ครับ
  6. อีเมล invitation จาก Google ที่เชิญให้ไปร่วม conference
  7. Travel plan ที่ระบุว่าพักที่โรงแรมไหน แต่ละวันในอเมริกาไปที่ไหนบ้าง
  8. Statement รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (Statement ผมไม่ได้สวยเลย)
  9. Slip เงินเดือน 3 เดือนล่าสุด
  10. สำเนาทะเบียนบ้านของผม พ่อ แม่ แล้วก็ใบเปลี่ยนชื่อของพ่อ
  11. สมุดบัญชีธนาคารเล่มจริง
  12. บัตรประชาชนตัวจริง เพราะต้องเอาไว้ฝากโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าสถานทูต
  13. ปากกาน้ำเงิน
  14. เตรียมใจ

วันสัมภาษณ์

คิวของผมคือ 07.45 น. เลย ที่นัดสัมภาษณ์ตอนเช้า เพราะคิดว่าตอนเช้าตัวเราและท่านทูตน่าจะยัง fresh อยู่ น่าจะคุยกันได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการผ่านขึ้นสักนิดก็ยังดี (ไม่รู้เกี่ยวเปล่า ฮ่าๆ) ซึ่งผมไปถึงประมาณ 07.00 น. ครับ

การเดินทางก็ไม่ยาก นั่ง BTS ไปลงสถานีเพลินจิต ออกประตู 2 ลงบันไดแล้วเดินย้อนกลับมาขึ้นวินมอเตอร์ไซต์ไปลงที่สถานทูต US (ค่าวิน 20 บาท) พอถึงแล้ว ก็ไปต่อแถวหน้าประตูทางเข้าให้เจ้าหน้าที่มาตรวจใบ DS-160 กับ passport (ใน Pantip บอกว่าเจอป้าแก่ๆ ตรวจ แต่ผมเจอสาววัยรุ่นตรวจ น่ารักเลยแหละ) เสร็จแล้วเขาจะใช้ปากกาไฮไลท์เขียนเวลานัดสัมภาษณ์ของเราลงไปในใบ DS-160 แล้วเราก็เข้าสถานทูต รปภ. ก็จะเอาตะกร้ามาให้เราเอาของทั้งหมดใส่ลงไป แล้วเข้าเครื่องสแกนโลหะเหมือนสนามบินเลย พอผ่านเรียบร้อยก็ตรงเข้าไปในส่วนของกงสุลต่อ

พอเดินเข้าไปในส่วนของกงสุลแล้ว ก็นั่งรอพนักงาน (คนไทย) เรียกคิวรอบสัมภาษณ์ พอเขาเรียกคิว 07.45 ผมก็ยื่น DS-160 กับ passport ให้ เขาก็จะสอบถามนิดหน่อยว่า เคยมี visa อเมริกามาก่อนไหม บลาๆ เสร็จแล้วเขาจะให้เลข EMS ไว้สำหรับ track หนังสือเดินทางของเรามา ให้เราจดเก็บไว้ เสร็จแล้วก็เดินต่อเข้าไปในโซนสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ด่าน

ด่าน 1

ด่านนี้เจอคนไทยก่อน ที่ช่อง 11–15 เค้าจะกรองเราสั้นๆ ว่า ไปทำอะไร ไปกะใคร แล้วก็ขอเราดู DS-160, ใบนัดสัมภาษณ์, passport ในส่วนของขั้นตอนนี้ถ้ามีเอกสารสำคัญอะไรก็ให้เขาดูไปเลย เช่น ใบรับรองการทำงานจากบริษัท หนังสือเชิญไป conference เป็นต้น เขาจะเย็บแม็คแล้วติดกันเป็นชุดเดียว แล้วให้เราสแกนสี่นิ้วมือซ้าย 1 ครั้ง สี่นิ้วมือขวา 1 ครั้ง แล้วก็นิ้วโป้งสองนิ้วพร้อมกันอีก 1 ครั้ง ด่านนี้ชิลๆ ผ่านหมดทุกคนแหละ

ด่าน 2

ด่านสองเจอฝรั่งที่ช่อง 10 แล้ว แต่ก็ยังเป็นการสอบถามสั้นๆ เช่น คุณชื่อ xxx ใช่ไหม (พูดไทยอย่างชัด) แล้วก็ให้เราสแกนนิ้วมือซ้ายสี่นิ้วอีกรอบ ซึ่งก็เช่นเดียวกับด่านแรก ด่านนี้ผ่านทุกคน

ด่าน 3 ด่านสุดท้าย

ด่านนี้ของจริง ช่อง 6–9 ส่วนใหญ่คนจะตกก็ตกกันด่านนี้นี่แหละ เพราะเป็นด่านที่จะต้องสัมภาษณ์กับท่านทูตจริงๆ แล้ว ผมก็ไปเข้าแถวปกติ ช่องสัมภาษณ์มีทั้งหมด 3 ช่อง 3 ท่านทูต ก็แล้วแต่ว่าดวงเราจะไปตกที่ช่องไหน สำหรับวันที่ผมไปสัมภาษณ์นั้น ช่องแรกเป็นทูตชายชาวอินเดีย ช่องสองเป็นชายฝรั่ง และช่องสุดท้ายเป็นหญิงฝรั่งผิวสี (น่าจะเป็นอเมริกัน) สองช่องแรกท่านทูตพูดไทย ส่วนช่องสุดท้ายท่านทูตพูดอังกฤษครับ (เน้นว่า เฉพาะตอนที่ผมไปสัมภาษณ์นะครับ ช่วงเวลา หรือวันอื่นๆ อาจจะไม่เป็นแบบนี้) ในใจผมหวังจะได้สัมภาษณ์อังกฤษเพราะคิดว่า จะไปถึงโน่นทั้งที ก็ต้องสัมภาษณ์อังกฤษให้ผ่านให้ได้สิ ซึ่งก็สมใจครับ ดวงพาไปช่องสุดท้าย 555 เอาล่ะมาเริ่มบทสนทนากับท่านทูตกันเลย

ผม: Good morning, madam. (พร้อมกันยื่นเอกสารที่สำคัญให้เขาดู เช่น DS-160, ใบนัดสัมภาษณ์, หนังสือรับรองจากบริษัท, อีเมลเชิญจาก Google)

ทูต: Good morning. Where will you go in America?

ผม: California

ทูต: How many days you will stay in American?

ผม Ummm, a week.

ทูต: Why do you go?

ผม: I will join conference at Googleplex, travel around Silicon Valley and San Francisco. This is my travel plan. (แล้วก็ยื่น travel plan ให้เขาดู แต่เขาไม่ดูเลย 555)

ทูต: What is the topic of the conference?

ผม: It’s about Android Studio that Android developers use to develop an Android application.

ทูต: Who do you go with?

ผม: My boss

ทูต: Have you ever been in other country?

ผม: Yes, I have. Indonesia, Singapore and the last one is Myanmar.

ทูต: What is your responsibility in your company?

ผม: I am a Software Engineer.

ทูต: OK, Software Engineer… You visa has been approved and will be sent within a week. (แล้วก็ดึง passport ผมไป)

ผม: OK, Thank you madam.

โดยรวมๆ แล้วใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 5 นาที process ตั้งแต่แรกสุดจนจบใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ครับ (นานตรงนั่งรอเรียกด่านแรกนี่แหละ) เอกสารแทบไม่ดูอะไรเลย statement กับ slip เงินเดือนก็ไม่ดู ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ที่สามารถผ่านได้ง่าย เพราะว่า background ของบริษัทที่ดี พร้อมทั้งมีหนังสือรับรองจากบริษัทด้วยว่าเราจะกลับมาทำงานที่ไทยจริง แล้วก็อีเมลเชิญของ Google สามอย่างนี้แหละครับ

หลังจากนั้นก็รอประมาณสองวัน ก็ได้รับหนังสือเดินทางกลับคืนมาพร้อมกับ visa ซึ่งก็หวังๆ อยู่ว่าจะได้ 10 ปี เพราะเห็นเขาบอกว่า Software Engineer มีโอกาสได้ 10 ปีสูง และพอเปิดออกมา ก็พบว่า…

หมดอายุปี 2026! ได้ 10 ปีจริงๆ ด้วย เย้

จบแล้วครับสำหรับบทความแชร์ประสบการณ์นี้ หวังว่าข้อมูลจะมีประโยชน์กับผู้อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ ส่วนถ้าใครมีประสบการณ์การสัมภาษณ์ก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้ใน comment ด้านล่างเลยครับ สำหรับวันนี้ ลากันไปก่อน พบกันใหม่ บทความหน้า สวัสดีครับ 🙂


โพสต์โดย : Kittisak Phetrungnapha
อ้างอิงบทความจาก : https://itopstory.com/my-first-usa-visa-interviewing-experience-efa84b16fad8